หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อ เจลาติน อยู่บ่อย ๆ จากขนมที่มีเนื้อสัมผัสเด้งดึ๋ง หรือเมนูของหวานต่าง ๆ แต่จริง ๆ แล้ว เจลาติน คืออะไร มีที่มาอย่างไร และสามารถนำไปใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง บทความนี้จะพาคุณมาทำความรู้จักเจลาตินให้ชัดเจน ตั้งแต่แหล่งที่มา การใช้งาน ไปจนถึงสรรพคุณที่ควรรู้ ก่อนเลือกใช้ให้เหมาะกับเมนูของคุณ
เจลาติน คืออะไร
เจลาติน คือ โปรตีนชนิดหนึ่งที่ได้จากการสกัดคอลลาเจน มีลักษณะเป็นผงหรือแผ่นใส ไม่มีกลิ่นและไม่มีรสชาติ เมื่อนำไปละลายในน้ำร้อนแล้วปล่อยให้เย็น จะเกิดการเซตตัวเป็นเจลใสหรือเนื้อสัมผัสนุ่มเด้ง
ด้วยคุณสมบัตินี้ เจลาตินจึงถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมอาหาร โดยเฉพาะขนมหวาน
เบเกอรี่ และของหวานที่ต้องการความยืดหยุ่นและเนื้อสัมผัสเฉพาะตัว
เจลาติน ทํามาจากอะไร
โดยทั่วไป เจลาตินทำมาจากส่วนประกอบของสัตว์ที่อุดมด้วยคอลลาเจน เช่น
- กระดูก
- เอ็น
- หนังสัตว์
กระบวนการผลิตจะนำวัตถุดิบเหล่านี้มาผ่านการสกัดและทำให้บริสุทธิ์ จนได้ออกมาเป็นผงเจลาตินที่สามารถนำไปใช้ในอาหารได้อย่างปลอดภัย
เจลาติน ใช้ทําอะไร
เจลาตินถูกใช้กันอย่างแพร่หลายในหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะด้านอาหารและเบเกอรี่ เนื่องจากให้เนื้อสัมผัสเฉพาะตัวที่ยืดหยุ่นและนุ่มเด้ง
- ทำเยลลี่ พุดดิ้ง มูส
- ใช้ในชีสเค้ก ไอศกรีม หรือขนมหวานเนื้อเนียน
- ช่วยให้ขนมมีเนื้อสัมผัสเด้ง นุ่ม และยืดหยุ่น
- ใช้เป็นตัวช่วยในการคงรูปของอาหารบางชนิด
นอกจากนี้ เจลาตินยังถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอื่น ๆ เช่น ยา แคปซูล หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอีกด้วย
เจลาติน สรรพคุณ
เนื่องจากเจลาตินมีโครงสร้างมาจากคอลลาเจน จึงมีกรดอะมิโนหลายชนิดที่เกี่ยวข้องกับการดูแลร่างกาย โดยเฉพาะกระดูก ข้อต่อ และผิวหนัง เมื่อรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม เจลาตินมีสรรพคุณที่น่าสนใจ เช่น
- ช่วยเสริมการสร้างคอลลาเจนในร่างกาย
เนื่องจากเป็นแหล่งของกรดอะมิโนอย่างไกลซีนและโพรลีน ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของคอลลาเจนที่อยู่ในผิวหนัง เอ็น และกระดูก - อาจช่วยบำรุงข้อและกระดูก
ใช้เป็นส่วนประกอบของอาหารเสริมบางชนิดที่เน้นกลุ่มผู้มีปัญหาระบบข้อและการเคลื่อนไหว - อาจมีส่วนช่วยเรื่องผิว เส้นผม และเล็บ
การได้รับโปรตีนและกรดอะมิโนที่เกี่ยวข้องกับคอลลาเจน อาจมีส่วนช่วยให้ผิวดูชุ่มชื้น และเล็บแข็งแรงขึ้น เมื่อรับควบคู่กับการดูแลสุขภาพโดยรวมที่เหมาะสม
แม้เจลาตินจะมีประโยชน์ แต่ควรบริโภคในปริมาณที่เหมาะสม และเลือกใช้ให้ตรงกับความต้องการของแต่ละคน โดยสามารถเปรียบเทียบคุณสมบัติของผงวุ้นและเจลาตินได้ดังนี้
| คุณสมบัติ | ผงวุ้น (Agar Agar) | เจลาติน (Gelatin) |
| แหล่งที่มา | พืช (สกัดจากสาหร่ายสีแดง 100%) | สัตว์ (สกัดจากคอลลาเจนในกระดูกและหนังสัตว์) |
| เนื้อสัมผัส | กรอบ เด้ง ไม่ละลาย ไม่คายน้ำ | นุ่ม หยุ่น ละลายได้เมื่อวางทิ้งไว้ (คายน้ำ) |
| การเซ็ตตัว | เซ็ตตัวได้ใน อุณหภูมิห้อง | ต้อง แช่เย็น เท่านั้นจึงจะเซ็ตตัว |
| จุดหลอมละลาย | ละลายที่อุณหภูมิสูง (ประมาณ 85°C) | ละลายที่อุณหภูมิต่ำ (เริ่มละลายที่ 25-35°C) |
| ความใส | เนื้อค่อนข้างใส และเงาวาวกว่า | เนื้อมีความขุ่นกว่า |
สรุปแล้วเจลาติน คือ โปรตีนที่สกัดจากคอลลาเจนในส่วนต่าง ๆ ของสัตว์ มีคุณสมบัติช่วยให้ของเหลวเซตตัวเป็นเจลใส นุ่ม และยืดหยุ่น จึงนิยมใช้ในขนมหวาน เบเกอรี่ รวมถึงผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและยา อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่ทานมังสวิรัติ/วีแกน หรือต้องการหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์จากสัตว์ ผงวุ้นตรานางเงือก เป็นอีกทางเลือกที่เหมาะสม ให้เนื้อสัมผัสกรอบใส คงรูปได้ดี และทนความร้อน เหมาะกับขนมไทย วุ้นผลไม้ และเมนูที่ต้องการการเซ็ตตัวที่อุณหภูมิห้อง สามารถเลือกดูสินค้าและสั่งซื้อได้ที่ https://agarmermaid.com/products/