MM-cover-บทความ เบเกอรี่ฝรั่งเศส

10 สูตรเบเกอรี่ฝรั่งเศสยอดนิยม [อัปเดตล่าสุด]

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin

เบเกอรี่ฝรั่งเศส มีขนมยอดนิยมในไทยหลายชนิด ด้วยรสชาติที่ถูกปาก ทั้งเนื้อสัมผัส และกลิ่นหอมถูกใจคนไทย ทำให้กลายมาเป็นคนยอดนิยมในบ้านเราได้ไม่ยาก 

ซึ่งฝรั่งเศสเองก็เป็นประเทศที่ขึ้นชื่อในด้านอาหาร และขนมหวานอยู่แล้ว ฉะนั้นเบเกอรี่ของฝรั่งเศสแต่ละชนิดจึงมีวิธีทำที่เรียกได้ว่าซับซ้อนเลยทีเดียว และยังเน้นเนย นม แป้ง ความหวานแบบเน้นๆ ใครที่เป็นสายขนมหวานต้องถูกใจแน่นอน

เอาใจสายขนมฝรั่งเศส บทความนี้เราจึงคัด 10 สูตรเบเกอรี่ฝรั่งเศสยอดนิยมในไทย มาให้ทุกคนที่สนใจประลองลองฝีมือในการทำขนมได้ลองทำกัน มาเตรียมจดสูตรให้แม่นๆ แล้วเข้าครัวกันเลยค่ะ

10 สูตรเบเกอรี่ฝรั่งเศสยอดนิยม [อัปเดตล่าสุด]

1. ครัวซองต์ (Croissant)

ครัวซองต์ (Croissant)

ยกให้ครัวซองต์เป็นเบเกอรี่ฝรั่งเศสที่เรียกได้ว่าฮิตมากในช่วงปี 2021 เพราะในช่วงนั้นไม่ว่าจะบ้านไหนๆ ก็จะต้องไปตามหาครัวซองต์ร้านอร่อยมาลองชิมทานคู่กับนมหรือกาแฟฟินๆ 

ที่ครัวซองต์ถูกปากคนไทยได้ไม่ยากเพราะเป็นเบเกอรี่ฝรั่งเศสที่มีเนื้อสัมผัสกรอบนอกนุ่มใน ยิ่งตอนอบใหม่ๆ ยิ่งมีกลิ่นหอมกรุ่นจากเนยตลบอบอวลเลยทีเดียว

วัตถุดิบสำหรับทำครัวซองต์ (Croissant)

  1. แป้งขนมปัง 500 กรัม
  2. น้ำตาล 55 กรัม
  3. นมสด 240 มล.
  4. ยีสต์ 10 กรัม
  5. เกลือ 5 กรัม
  6. เนยสดจืด 270 กรัม

วิธีทำครัวซองต์ (Croissant)

  1. เริ่มขั้นตอนแรกด้วยการเตรียมชามผสม โดยเริ่มผสมแป้งขนมปัง น้ำตาล และยีสต์ลงไปแล้วนวดให้เข้ากันก่อนพักทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที
  2. นำพลาสติกใสถนอมอาหารห่อหุ้มตัวแป้ง แล้วนำตัวแป้งไปแช่ในตู้เย็นประมาณ 1 ชั่วโมง 
  3. นำเนยสดจืดมารีดให้เนยกลายเป็นแผ่นสี่เหลี่ยม หนาประมาณ 1 ซม. ก่อนนำตัวเนยไปแช่เย็นให้เนยเซ็ตตัวสัก 10 นาที
  4. หลังจากนั้นให้นำแป้งและเนยออกจากตู้เย็นเพื่อทำการรีดเนยเข้ากับแป้ง โดยนำแป้งมารีดให้กลายเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมขนาดประมาณ 9×10 ซม. คล้ายกับกระดาษ นำเนยวางตรงกลางของแป้ง แล้วพับแป้งเข้าไปให้ห่อหุ้มเนยเอาไว้จนกลายเป็นชิ้นส่วนเดียวกันให้แป้งปิดเนยจนมิด
  5. นำพลาสติกใสถนอมอาหารมาห่อตัวแป้งแล้วจึงไปแช่ตู้เย็นพักทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วจึงนำออกจากตู้เย็น
  6. นำแป้งออกมาพับอีกครั้ง โดยให้พับสองด้านของแป้งเข้าหากัน แล้วคลุมด้วยพลาสติกก่อนนำไปแช่ในช่องแช่แข็ง 30 นาที
  7. นำแป้งออกมาครั้งที่ 3 แล้วพับอีกครั้ง ให้แป้งเข้าหากัน ก่อนคลุมด้วยพลาสติกแบบเดิมเข้าช่องแช่แข็ง ก่อนนำมาใช้ให้นำแป้งออกมาพักก่อนในช่องแช่ธรรมดาเพื่อให้แป้งนิ่มตัวลง
  8. ขึ้นรูปครัวซองต์โดยการตัดแป้งให้ได้ขนาดประมาณ 4 นิ้ว ตัดแบบมุมเฉียงให้เหมือนกับชิ้นพิซซ่า แล้วจึงม้วนตรงด้านกว้างเข้าหามุมแหลม แล้วจึงนำครัวซองต์เข้าเตาอบ ทำแบบนี้ซ้ำๆ หลายชิ้นจนหมดแป้ง
  9. นำเฉพาะไข่แดง และนมสดตีผสมกัน แล้วนำไปทาบนแป้งครัวซองต์ ก่อนจะนำอบที่ไฟ 190 องศาเซลเซียส ประมาณ 20 นาที เท่านี้ครัวซองต์ร้อนๆ หอมกรุ่น กรอบนอกนุ่มใน ก็พร้อมเสิร์ฟแล้วค่ะ

2. พาร์มิเย่ (Palmier)

พาร์มิเย่ (Palmier)

พาร์มิเย่เป็นเบเกอรี่ฝรั่งเศสที่มีความหมายว่า ต้นปาล์ม โดยเป็นพัฟกรอบๆ คล้ายกับรูปปีกผีเสื้อที่เคลือบด้วยน้ำตาลหวานๆ เป็นขนมที่สามารถหากินได้ไม่ยากในไทย แต่เชื่อหลายคนอาจจะคุ้นเคยกันในชื่อขนมผีเสื้อ หรือ Butterfly กันมากกว่า ถ้าเห็นรูปเป็นต้องร้องอ๋อแน่นอน 

วัตถุดิบสำหรับทำพาร์มิเย่ (Palmier)

1.แป้งสาลี 400 กรัม

2. เนยจืด 1 ก้อน

2. เกลือป่น 1/2 ช้อนชา

4. น้ำเย็น 125 มล.

วิธีทำพาร์มิเย่ (Palmier)

  1. นำชามผสมใส่แป้งสาลี เกลือ แล้วตามด้วยเนยขนาดประมาณ 45 กรัม หรือประมาณ 3 ช้อนโต๊ะ ผสมทั้งหมดให้เข้ากัน 
  2. จากนั้นค่อยๆ เติมน้ำเย็นพร้อมนวดแป้งไปเรื่อยๆ จนแป้งเริ่มจับตัวเป็นก้อนให้พอปั้นได้ 
  3. นำพลาสติกใสห่ออาหารมาห่อตัวแป้งไว้ ก่อนนำเข้าพักในตู้เย็นประมาณ 20 นาที 
  4. วางแผ่นพลาสติกโรยแป้งให้ทั่วแล้ว แล้วนำเนยที่เหลือจากก้อนมาวางด้านบน แล้ววางทับด้วยแผ่นพลาสติกอีกชั้นเอาไม้มาคลึงๆ ให้เนยกลายเป็นแผ่นแบนๆ 
  5. นำแป้งที่พักไว้ในตู้เย็นออกมาคลึงให้เป็นแผ่น โดยให้มีขนาดใหญ่กว่าแผ่นเนย 2 เท่า แล้วนำแผ่นเนยออกมาวางบนแป้ง พับแผ่นแป้งปิดแผ่นเนยโดยปิดให้สนิททุกด้าน 
  6. จากนั้นทำการรีดแบบเบามือไม้ให้เนยแตกออก แล้วพับแป้งเป็นครึ่งหนึ่ง นำไปแช่ตู้เย็น 25 นาที (ทำซ้ำ 2-3 ครั้ง) หากต้องการโรยน้ำตายให้โรยในการรีดและพับครั้งสุดท้าย
  7. ครั้งสุดท้ายนำแป้งออกมาแบบพับริมสองข้างเข้าหาตรงกลาง แล้วพับให้ทบซ้อนกัน ก่อนจะนำไปแช่ตู้เย็น 2-3 ชั่วโมง
  8. เมื่อครบแล้วนำแป้งออกมาตัดเป็นชิ้นขนาดประมาณ 1 ซม. วางใส่ถาดอบ
  9. อบที่ไฟ 180 ประมาณ 30 นาทีหรือจนกว่าจะเห็นแป้งเป็นสีเหลืองทองสวย นำออกมาพักให้หายร้อนก่อนนำเสิร์ฟ

3. มาเดอแลน (Madeleine) 

มาเดอแลน (Madeleine)

มาเดอแลนเป็นเบเกอรี่ฝรั่งเศสชิ้นเล็กๆ ที่มีทรงคล้ายกับรูปเปลือกหอยที่บริเวณตรงกลางจะมีนูนสูงคล้ายกับหลังอูฐเป็นอีกหนึ่งขนมที่เก่าแก่แต่ยังคงยอดนิยมในคนฝรั่งเศสและคนที่ชื่นชอบเบเกอรี่ฝรั่งเศสมาจนปัจจุบัน

วัตถุดิบสำหรับมาเดอแลน (Madeleine) 

  1. เนยจืดละลาย 80 กรัม
  2. น้ำตาล 120 กรัม
  3. ไข่ไก่ 3 ฟอง
  4. แป้งสาลีอเนกประสงค์ 150 กรัม
  5. นม 30 กรัม
  6. ผงฟู  5 กรัม
  7. ผิวเลมอน 1 ผล
  8. น้ำเลมอน 1½  ช้อนโต๊ะ
  9. แม่พิมพ์มาเดอแลน

วิธีทำมาเดอแลน (Madeleine) 

  1. นำชามผสมใส่ไข่ไก่และน้ำตาลตีผสมรวมกันจนได้เนื้อสีขาว
  2. ใส่ผิวเลมอนและน้ำเลมอนตามลงไปคนให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน ก่อนทยอยใส่นมประมาณ 15 กรัม
  3. นำของแห้งอย่างแป้งสาลีและผงฟู ใส่ลงในชามผสมไข่ไก่และน้ำตาล พร้อมใส่เนยจืดและนมแล้วจึงคนให้เข้ากัน 
  4. นำเข้าช่องแช่แข็งประมาณ 20 นาที ก่อนนำออก
  5. นำแป้งใส่ที่บีบแป้ง แล้วจึงบีบลงบนพิมพ์มาเดอแลน 
  6. นำเข้าเตาอบไฟ 200 องศาเซลเซียส อบประมาณ 12-15 นาทีก่อนนำออกมาพักให้หายร้อน แล้วนำเสิร์ฟได้เลย

4. คาเนเล่ (Canalé)

คาเนเล่ (Canalé)

คานาเล่ เบเกอรี่ของฝรั่งเศสเป็น ที่มีต้นกำเนิดความอร่อยมาจากเมืองตอนใต้ของฝรั่งเศสอย่างเมืองบอร์โด  หน้าตาของคาเนเล่จะมีความคล้ายกับถ้วย รสสัมผัสจะมีความกรุบกรอบจากด้านนอกและความนุ่มละมุนที่อยู่ด้านในของคาเนเล่ พร้อมกับกลิ่นหอมหวานของวานิลลาทำให้กลายมาเป็นอีกหนึ่งเบเกอรี่ฝรั่งเศสยอดนิยมของไทยในช่วงนี้

วัตถุดิบสำหรับคาเนเล่ (Canalé)

  1. เนยจืดละลาย 50 กรัม
  2. น้ำตาลทราย 250 กรัม
  3. นมสด 480 มล.
  4. ไข่ไก่ 1 ฟอง
  5. ไข่แดง 3 ฟอง
  6. แป้งขนมปัง 150 กรัม
  7. ฝักวานิลลา 1 ฝัก
  8. เหล้ารัม 60 มล.
  9. แม่พิมพ์คาเนเล่

วิธีทำคาเนเล่ (Canalé)

  1. เตรียมหม้อต้มใส่เนยจืด นมสด และวานิลลาในหม้อลงไปต้ม แล้วต้มจนพอเดือด
  2. นำชามผสมใบใหม่ใส่ไข่ไก่ ไข่แดง และน้ำตาลตีให้ทั้งหมดผสมกัน แต่ไม่ต้องขึ้นฟองฟู
  3. นำส่วนผสมนมที่ต้มเดือดแล้ว แบ่งออกมาครึ่งนึงแล้วใส่ลงในชามผสมไข่ คนในนมและไข่เข้ากัน แล้วจึงใส่แป้งขนมปังลงไปคนให้เข้ากัน
  4. ตามด้วยใส่นมต้มเดือดที่เหลือตามด้วยเหล้ารัม และคนให้ส่วนผสมทั้งหมดเนียนเข้ากัน ก่อนจะคลุมด้วยพลาสติกใส พักทิ้งไว้ให้เย็นก่อนจะนำไปแช่ในตู้เย็นช่องธรรมดา 1 คืน
  5. หลังจากนั้นนำออกจากตู้เย็นออกมาพักให้ได้อุณหภูมิห้อง เมื่อคลายตัวแล้วจึงหยอดแป้งใส่ลงในแม่พิมพ์แค่ประมาณ ⅓ ของแม่พิมพ์ 
  6. นำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียส ประมาณ 25 นาที จากนั้นลดอุณหภูมิลงที่ 180 องศาเซลเซียส แล้วอบต่อประมาณ 30-40 นาที หรือจนกว่าจะเห็นคาเนเล่มีสวยน้ำตาลเข้มสวย
  7. นำออกจากเตาอบคว่ำแม่พิมพ์ลงบนตะแกรงเพื่อคลายความร้อน ก่อนจะนำเสิร์ฟ

5. เอแคลร์ (éclair)

เอแคลร์ (éclair)

เบเกอรี่ฝรั่งเศสที่คนไทยมักจะสับสนหน้าตาของขนมเอแคลร์กับชูครีม แต่เอแคลร์ของแท้จากฝรั่งเศสจะมีลักษณะเป็นแป้งยาวๆ วิธีการทำมีความซับซ้อนเพราะจะต้องทำถึง 3 ส่วนเลยทีเดียว

วัตถุดิบสำหรับทำเอแคลร์ (éclair)

วัตถุดิบแป้งชูว์

  1. แป้งขนมปัง 85 กรัม
  2. นมสด 65 มิลลิลิตร
  3. น้ำเปล่า 65 มิลลิลิตร
  4. เนยสด 65 กรัม
  5. ไข่ไก่ 2 ฟอง
  6. น้ำตาล 5 กรัม
  7. เกลือ ½ ช้อนชา

 วัตถุดิบคาราเมล Mascarpone Cream

  1. น้ำตาล 90  กรัม
  2. เนย 50 กรัม
  3. มาสคาโปนชีส (Mascarpone Cheese) 180 กรัม
  4. วิปปิ้งครีม 120 กรัม
  5. น้ำเปล่า 1 ช้อนโต๊ะ
  6. เจลาติน 2 กรัม
  7. เกลือ 5 กรัม

วัตถุดิบคาราเมล Frosting

  1. น้ำตาล 90 กรัม
  2. วิปปิ้งครีม 220 กรัม
  3. น้ำเปล่า 40 มิลลิลิตร
  4. แบะแซ 40 กรัม
  5. ช็อกโกแลต 30 กรัม
  6. เกลือ 5 กรัม
  7. เจลาติน 5 กรัม

วิธีทำเอแคลร์ (éclair) 

ขั้นตอนทำแป้งชูว์

  1. นำนมสด เนย น้ำตาล และเกลือขึ้นนำขึ้นใส่หม้อตั้งไฟจนเดือด แล้วจึงยกลงจากเตา
  2. นำแป้งลงไปผสมแล้วจึงคนเป็นเนื้อเดียวกัน หลังจากนั้นจึงยกหม้อขึ้นตั้งไฟต่อด้วยไฟกลาง คนส่วนผสมเรื่อยๆ ประมาณ 3 นาทีจึงลงยกจากเตา
  3. นำแป้งที่ยกลงจากเตาเทใส่ลงในชามผสม คนเรื่อยๆ ให้ส่วนผสมคลายความร้อนจนกลายเป็นอุ่น จึงค่อยๆ ทยอยนำไข่ไก่ที่ตีจนเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วผสมลงไปทีละนิดจนหมด
  4. เตรียมถาดอบ ใช้แผ่นรองอบของเอแคลร์ที่เป็นแนวเรียวยาว แล้วจึงนำส่วนผสมแป้งใส่ถุงบีบ นำมาบีบใส่แผ่นรองให้ได้เนื้อแป้งยาวประมาณ 12 ซม. และเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 ซม. ทำจนแป้งหมดเรียบร้อย
  5. โรยน้ำตาลไอซิ่งบนตัวแป้งทั้งหมดก่อนนำอบ แล้วจึงเข้าเตาอบที่ไฟ 200 องศาเซลเซียส ประมาณ 15 นาที ก่อนจะลดไฟเหลือ 180 องศาเซลเซียส อบต่อประมาณ 20 นาที หรือจนได้ขนมพองตัวสวย 
  6. นำขนมออกจากเตาแล้วจึงเจาะรูที่ก้นของขนมประมาณ 2-3 รูเพื่อใช้บีบไส้ แล้วจึงพักให้เย็นสนิท

ขั้นตอนทำคาราเมล Mascarpone Cream

  1. เตรียมวัตถุดิบก่อนให้นำเจลาตินผงไปบลูมในน้ำเย็น แล้วนำวิปปิ้งครีมไปอุ่นให้ร้อนด้วยไมโครเวฟ จากนั้นเติมเกลือลงไปคนให้เข้ากันและพักไว้
  2. เตรียมหม้อตั้งไฟใส่น้ำตาลและน้ำเปล่า จนน้ำตาลเริ่มเปลี่ยนสีเข้มเป็นคาราเมลให้ปิดไฟ แล้วเตรียมวิปปิ้งครีมลงไป แล้วจึงใช้ทัพพีคนคาราเมลให้เป็นเนื้อเดียวกัน
  3. หลังจากนั้นค่อยๆ ทยอยใส่เจลาตินตามลงไป คนไปเรื่อยๆ ประมาณ 2 นาที
  4. ใส่เนยลงไป และคนต่อจนเนยละลาย และคาราเมลทั้งหมดเริ่มเย็นตัวลง
  5. เทคาราเมลที่ได้ลงไปใน Mascarpone Cream แล้วตีผสมจนเนื้อเข้ากัน แล้วจึงใช้พลาสติกใสปิดหน้านำเข้าแช่เย็นสัก 2 ชม. หรือหากมีเวลานานกว่าให้นั้นให้แช่ข้ามคืน ก่อนใช้ให้นำใส่ถุงบีบ

ขั้นตอนทำคาราเมล Frosting

  1. เตรียมวัตถุดิบก่อนให้นำเจลาตินผงไปบลูมในน้ำเย็น แล้วนำวิปปิ้งครีมไปอุ่นให้ร้อนด้วยไมโครเวฟแล้วเติมเกลือลงไปคนให้เข้ากันและจึงพักไว้
  2. นำน้ำตาล แบะแซ และน้ำเปล่าใส่หม้อตั้งไฟปานกลาง จนได้คาราเมลสีน้ำตาลเข้มสวยจึงเติมวิปปิ้งครีมลงไป คนให้เข้ากันและยกลงจากเตา พักทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที
  3. นำเจลาตินใส่ลงไปในราคาเมลแล้วคนจนละลาย ก่อนจะตามด้วยช็อกโกแลต คนต่อจนละลาย จะได้ช็อกโกแลตเนื้อเนียนเงาสวย 

ขั้นตอนประกอบร่างเอแคลร์ (éclair) 

  1. นำคาราเมล Mascarpone Cream ที่ใส่ถุงบีบแล้ว บีบใส่แป้งชูว์เอแคร์บริเวณที่เราเจาะรูก้นเอาไว้จนครบ
  2. นำหน้าเอแคลร์จุ่มคาราเมล Frosting ที่ยังอยู่ในอุณหภูมิอุ่นๆ เพื่อให้ได้หน้าเอแคลร์ที่สวยงาม โดยจุ่มแค่ประมาณ ½ ของแป้งชูวร์เอแคร์ หรือมากน้อยกว่านั้นตามใจชอบ ก่อนจะพักทิ้งไว้บนตะแกรงให้หน้าคาราเมล Frosting เซ็ตตัวดีกับแป้งชูว์
  3. หลังจากนั้นตกแต่งหน้าเอแคลร์ได้ตามใจชอบ พร้อมนำเสิร์ฟได้เลย

6. กวินยามาน (Kouign-Amann) 

กวินยามาน (Kouign-Amann)

ว่ากันว่ากวินยามานเป็นเบเกอรี่ฝรั่งเศสที่อ้วนที่สุดในยุโรป เพราะมีส่วนประกอบของเนยและแป้งจำนวนมาก ใครที่เป็นสายเนยทะลักเนยฉ่ำๆ แบบเนื้อกรอบนอกนุ่มใน อาจจะชอบเบเกอรี่ฝรั่งเศสชนิดนี้แน่นอน

วัตถุดิบสำหรับกวินยามาน (Kouign-Amann)

  1. แป้งสาลี 250 กรัม
  2. นมสด 150 กรัม
  3. น้ำตาล 2 ช้อนโต๊ะ
  4. เนยจืด 140 กรัม 
  5. ยีสต์ 1/2 ช้อนชา
  6. เกลือ 1/8 ช้อนชา
  7. แม่พิมพ์

วิธีทำกวินยามาน (Kouign-Amann)

  1. นำเนยจืดที่นิ่มใส่ถุง แล้วจึงรีดให้เป็นแผ่นหนาๆ ขนาดบางๆ แล้วจึงนำไปใส่ตู้เย็นช่องแช่แข็งประมาณ 1 ชั่วโมง
  2. นำแป้ง น้ำตาล เกลือ นมสด และยีสต์มานวดผสมให้พอเข้ากัน แล้วจึงนำแป้งเข้าตู้เย็นช่องธรรมดาประมาณ 1 ชั่วโมง
  3. เมื่อครบเวลาให้นำแป้งและเนยออกมาพร้อมกัน นำแป้งออกมารีดให้กลายเป็นแผ่นขนาดใหญ่กว่าเนยประมาณเท่าตัว
  4. แล้วจึงนำเนยมาวางบนแป้ง ให้ตัวแป้งห่อหุ้มตัวเนยให้มิด แล้วจึงรีดทั้งคู่เข้ากัน ก่อนจะพับทบๆ ประมาณ 3 ทบ ก่อนนำไปแช่ในตู้เย็นช่องธรรมดาประมาณ 30 นาที
  5. นำแป้งออกมาทำรีดแล้วพับทบแบบนี้และแช่ตู้เย็นซ้ำๆ 3 ครั้ง
  6. หลังจากนั้นนำแป้งมาตัดเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมที่ขนาดใหญ่กว่าแม่พิมพ์เล็กน้อย 
  7. ก่อนนำเข้าอบ ให้ใช้เนยทาทั่วพิมพ์พร้อมโรยน้ำตาล ก่อนจะนำแป้งกรุลงไปในพิมพ์ พักทิ้งไว้ประมาณ 2 ชั่วโมง 
  8. ก่อนอบให้ทาหน้าแป้งด้วยไข่แดงเพื่อให้ได้สีเบเกอรี่ที่สวยงาม ก่อนจะนำเข้าเตาอบด้วยไฟ 180 องศาเซลเซียส ประมาณ 25 นาที เสร็จแล้วพร้อมนำเสิร์ฟ

7. ปารีส เบรสท์ (Paris Brest)

ปารีส เบรสท์ (Paris Brest)

เบเกอรี่ฝรั่งเศสสุดคลาสสิค ที่ว่ากันว่าเป็นขนมมที่ทำขึ้นเพื่อฉลองการแข่งจักรยาน ที่มีการแข่งขันจากเมืองปารีสไปยังเมืองเบรสท์ของฝรั่งเศส ทำให้ตัวขนมที่จะมีคล้ายกับวงล้อของจักรยานจึงมีลักษณะกลมๆ และสอดไส้ด้วยรสชาติต่างๆ จึงเป็นเบเกอรี่ฝรั่งเศสที่มีสไตล์สวยงาม และยังมีรสสัมผัสที่หลากหลายอีกด้วย 

วัตถุดิบสำหรับปารีส เบรสท์ (Paris Brest)

วัตถุดิบแป้งชูว์

  1. น้ำเปล่า 240 มล.
  2. แป้งอเนกประสงค์ 140 กรัม
  3. เนยสด 120 กรัม
  4. น้ำตาล 12 กรัม
  5. เกลือ ½ ช้อนชา
  6. ไข่ 4 ฟอง
  7. ไข่แดง 1 ฟอง
  8. อัลมอนด์สไลด์ ปริมาณตามใจชอบ

วัตถุดิบไส้คาราเมลส้ม

  1. ครีม 270 กรัม
  2. น้ำตาลทราย 50 กรัม
  3. ผิวส้มขูด 2 ผล
  4. วานิลลา 1 ฝัก 
  5. เกลือ ⅕ ช้อนชา
  6. เจลาตินแผ่น 1 แผ่น 

วิธีทำปารีส เบรสท์ (Paris Brest)

  1. เตรียมกระทะ​​ นำน้ำเปล่า เนย น้ำตาล และเกลือลงไปเคี่ยวผสมกันจนเดือด
  2. จากนั้นใส่แป้งอเนกประสงค์ตามลงไป คนผสมจนได้เป็นเนื้อเหนียวเข้ากันดี แล้วจึงปิดไฟยกลงจากเตา
  3. เทส่วนผสมแป้งลงในชามผสม แล้วค่อยๆ ทยอยใส่ไข่ทีละนิดจนหมด จนได้เนื้อส่วนผสมที่เนื้อเนียนสวยและขึ้นเงา
  4. เตรียมกระดาษรองอบ พร้อมตักส่วนผสมที่ได้ใส่ถุงบีบ และบีบให้กลายเป็นทรงวงล้อลงบนกระดาษ
  5. หลังจากนั้นก่อนอบให้ทาด้วยไข่ให้ทั่ว ก่อนโรยด้วยอัลมอนด์สไลด์
  6. นำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ประมาณ 25-30 นาที จนกว่าจะสุก พักให้เย็นก่อนนำมาผ่าครึ่ง
  7. ระหว่างอบให้เริ่มทำคาราเมลส้ม โดยนำน้ำตาลใส่หม้อขึ้นตั้งไฟจนกลายเป็นคาราเมลสีน้ำตาลสวย แล้วจึงตามด้วยครีมที่ใส่ผิวส้ม เกลือ วานิลลา และเจลาตินลงไป ผสมคนให้ทั้งหมดเข้ากันก่อนพักไว้ในตู้เย็น
  8. เมื่อคาราเมลส้มเริ่มเซ็ตตัวให้ตักใส่ถุงบีบ แล้วนำไปบีบเป็นไส้ของปารีส เบรสท์บนตัวแป้งชูว์ที่ผ่าครึ่งไว้
  9. ตกแต่งหน้าน้ำตาลเกล็ด หรือช็อกโกแลตตามใจชอบ

8. มาการอง (Macaron)

มาการอง (Macaron)

มาการอง เรียกได้ว่าเป็นเบเกอรี่ฝรั่งเศสที่คนไทยอาจจะคุ้นเคยเป็นอย่างดี เป็นขนมหวานที่มีหน้าตาสวยงาม มักจะถูกทำให้มีสีสันสดใส พร้อมกับไส้ตรงกลางที่ปรับเปลี่ยนไปตามใจชอบ เป็นของหวานที่ทานได้ง่ายๆ เด็กถูกใจ ผู้ใหญ่ก็ชอบต้องยกให้กับมาการองเลย

วัตถุดิบสำหรับทำมาการองช็อกโกแลต (Macaron)

วัตถุดิบฝามาการอง

  1. อัลมอนด์ป่น 140 กรัม
  2. น้ำตาลไอซิ่ง 160 กรัม
  3. น้ำตาลทราย 150 กรัม
  4. น้ำเปล่า 50 กรัม
  5. ผงโกโก้ 1/4 ช้อนชา
  6. ไข่ขาว 3 ส่วน ส่วนละ 60 กรัม

วัตถุดิบไส้มาการองช็อกโกแลต

  1. วิปครีม 120 กรัม
  2. ช็อกโกแลต 120 กรัม
  3. เนยสด 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำมาการอง

  1. นำอัลมอนด์ป่นผสมกับน้ำตาลไอซิ่งใส่ลงในเครื่องปั่น แล้วจึงนำไปร่อนลงในชามผสม จากนั้นผสมผงโกโก้ ตามด้วยไข่ขาวแล้วตะล่อมให้ทั้งหมดเข้ากัน
  2. พักมาทำน้ำเชื่อมโดยการใส่น้ำตาลทราย และน้ำเปล่าลงในหม้อต้มจนไฟเดือด
  3. ระหว่างนั้นให้ตีไข่ขาวให้ขึ้นฟู เมื่อน้ำเชื่อมเริ่มเดือดให้ใส่ไข่ขาวที่ตีจนขึ้นฟู แล้วมาตีผสมกับน้ำเชื่อมอีกรอบจนได้ไข่ขาวที่ตั้งยอดสวย จนกลายเป็นเมอแรงก์ พักทิ้งไว้จนเมอแรงก์อุณหภูมิลดลง
  4. นำเมอแรงก์ที่ได้ไปผสมกับส่วนผสมอัลมอนด์ป่น ค่อยๆ ทยอยใส่จนผสมกันทั้งหมดแล้วจึงตักส่วนผสมที่ได้ใส่ถุงบีบ
  5. นำมาบีบลงบนแผ่นอบฝามาการอง พักทิ้งไว้จนหน้าเรียบสวยขึ้นเงา แล้วจึงนำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 150 องศาเซลเซียส ประมาณ 10 นาที เมื่อครบเวลาจึงนำออกจากเตา พักทิ้งไว้ให้เย็น
  6. ระหว่างนี้เตรียมทำไส้มาการอง ให้นำวิปครีมมาตั้งไฟเมื่อเริ่มเดือดให้ยกลงจากเตา 
  7. จากนั้นนำวิปครีมมาผสมกับช็อกโกแลตละลาย แล้วจึงคนให้เข้ากัน 
  8. ใส่เนยจืดตามลงไปผสมให้เข้ากัน ก่อนจะปิดด้วยพลาสสิตใส นำเข้าแช่ตู้เย็นช่องธรรมดา รอให้ไส้เซ็ตตัวดีจับตัวเป็นก้อนจึงตักใส่ถุงบีบ
  9. นำฝามาการองที่เตรียมเอาไว้มาเริ่มประกบเข้าด้วยกัน ให้บีบไส้มาการองใส่ฝาหนึ่งด้าน ก่อนจะประกบกับฝาอีกด้านนึง ทำแบบนี้จนหมด พร้อมนำเสิร์ฟได้เลย

9. มิลเฟย (Millefeuille)

มิลเฟย (Millefeuille)

หนึ่งในเบเกอรี่ฝรั่งเศสที่ได้รับความนิยมไม่แพ้ชนิดอื่นๆ เพราะด้วยรสชาติที่แป้งมีความบางกรอบ และเนื้อครีมคัสตาร์ตที่รสชาติละมุน ตัดกับความสดชื่นของสตอเบอรี่ จึงเรียกได้ว่าเป็นเบเกอรี่ฝรั่งเศสที่มีรสชาติอร่อยลงตัวมาก

วัตถุดิบสำหรับมิลเฟย (Millefeuille)

วัตถุดิบตัวแป้ง

1. แป้งสาลี 480 กรัม

2. เนยจืด 400 กรัม

3. เกลือ 1 ช้อนชา

4. น้ำเปล่า 240 มิลลิลิตร

5. น้ำมะนาว 1 ช้อนชา

6. ผลไม้สดตามใจชอบ เช่น สตอเบอร์รี่ บลูเบอรี่ มิกซ์เบอรี่

วัตถุดิบสำหรับทำครีมคัสตาร์ด

1. น้ำตาลทราย 100 กรัม

2. ไข่แดง 5 ฟอง

3. นมสด 380 มิลลิลิตร

4. แป้งข้าวโพด 3 ช้อนโต๊ะ

5. กลิ่นวานิลลา

วิธีทำมิลเฟย (Millefeuille)

  1. เริ่มจากการทำตัวแป้งพัฟต์ให้นำแป้ง เกลือ และเนยมาผสมให้เข้ากัน 
  2. ใส่น้ำเปล่าและน้ำมะนาวตามลงไป คนให้เข้ากัน แล้วนวดจนได้เนื้อเนียน
  3. นำตัวแป้งออกมารีดแผ่ ให้แป้งมีความหนาพอประมาณ แล้วนำไปเข้าตู้เย็นช่องธรรมดา 2 ชั่วโมง
  4. นำแป้งออกมานวดซ้ำอีกครั้ง พับทบแบบเดิมอีกครั้ง แล้วจึงนำเข้าตู้เย็นแช่ประมาณ 2 ชั่วโมง
  5. นำแป้งออกมานวดให้บางนวดแป้งให้บาง แล้วจึงตัดแป้งออกเป็นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า 
  6. นำแป้งที่ได้วางบนถาดเตรียมอบ แล้วใช้ส้อมจิ้มให้ทั่วแผ่นแป้ง โรยน้ำตาลให้ทั่วหน้าแป้ง ก่อนจะนำแป้งเข้าอบ แนะนำให้ใช้ถาดอบอีกใบซ้อนทับกับตัวแป้งเพื่อทำไม่ให้แป้งขึ้นฟูเกินไป
  7. นำแป้งเข้าอบที่อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียส ประมาณ 20 นาที หรือจนกว่าจะได้แป้งกรอบสีสวย 
  8. จากนั้นเตรียมทำตัวคัสตาร์ด ให้นำนมสด น้ำตาลครึ่งนึงของที่เตรียมไว้ และกลิ่นวานิลลาใส่ในหม้อต้มจนเดือด
  9. เตรียมชามผสมอีกใบใส่ไข่แดง แป้งข้าวโพด และน้ำตาลส่วนที่เหลือลงไปผสมให้เข้ากัน
  10. นำนมที่ต้มเดือดแล้วค่อยๆ ทยอยใส่ลงไปในชามผสมไข่ คนให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันอย่างเบามือ
  11. นำส่วนผสมที่ได้ทั้งหมดขึ้นตั้งไฟแล้วค่อยๆ คนให้ได้เนื้อคัสตาร์ดข้น ก่อนจะปิดไฟยกลงจากเตา
  12. นำแป้งที่อบเสร็จแล้วเตรียมมาประกอบร่างกัน โดยวางแป้งเป็นฐานก่อนตามด้วยบีบเนื้อคัสตาร์ตตามลงไปให้ทั่ว แล้วจึงประกอบแป้งอีกชั้น 
  13. ตกแต่งด้วยผลไม้สดตามใจชอบ แล้วจึงนำเสิร์ฟ

10. บาแก็ต (Baguette)

บาแก็ต (Baguette)

บาแก็ต หรือที่เรียกอีกอย่างว่าขนมปังฝรั่งเศส เป็นเบเกอรี่ฝรั่งเศสที่เราคุ้นหูคุ้นตาเป็นอย่างดี เพราะมักจะเห็นได้บ่อยๆ ในหนัง หรือตามร้านขนมปังฝรั่งเศส มีรูปทรงขนมปังเป็นทรงเรียวยาว 

คนฝรั่งเศสนิยมกินตอนเช้าและตอนเย็น สามารถหักกินแบบเปล่าๆ ได้เลย หรือจะใช้มีดผ่าพร้อมทาเนย ทาแยมก็ได้ เรียกได้ว่าเป็นเบเกอรี่ฝรั่งเศสที่อเนกประสงค์สามารถทานได้หลายแบบ

วัตถุดิบสำหรับบาแก็ต (Baguette)

  1. แป้งอเนกประสงค์ 800 กรัม
  2. ยีสต์ 8 กรัม
  3. น้ำเปล่า 500 กรัม
  4. เกลือ 1ถ กรัม
  5. ถาดอบขนมปังฝรั่งเศส

วิธีทำบาแก็ต (Baguette)

  1. เตรียมชามผสมใส่แป้ง เกลือ และยีสต์โดยใช้ระดับความเร็วต่ำในการตี
  2. จากนั้นค่อยๆ เติมน้ำเปล่าแบบอุ่นลงไป จนเนื้อแป้งเริ่มเข้ากันจึงเพิ่มระดับความเร็วในการตีขึ้น
  3. เมื่อได้แป้งขนมปังแล้วให้ลองทดสอบว่าเนื้อแป้งโอเคดี ด้วยการค่อยๆ ดึงให้เนื้อแป้งกางออก แป้งที่ได้จะต้องบาง แต่ดึงแล้วแป้งไม่ขาด มีความยืดหยุ่นดี
  4. จากนั้นให้นำแป้งมานวด โดยโรยแป้งให้ทั่วโต๊ะก่อนจะปั้นเป็นก้อนกลมใส่ชามผสมแล้วคลุมด้วยพลาสติกใส พักทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมงเพื่อให้แป้งขึ้นฟู
  5. เมื่อครบเวลาให้นำแป้งออกมาแบ่งเป็น 3 ก้อนกลมๆ แล้วนวดแต่ละก้อนทั้งพับและตบให้แบนเรื่อยๆ ก้อนละ 2-3 ครั้ง
  6. นำแป้งที่ได้มาแต่งทรงนวดคลึงให้คลายกับรูปทรงรักบี้แบบเรียวยาว ก่อนจะพักทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที หรือจนรู้สึกว่าขนมปังขึ้นฟูตามต้องการ
  7. นำแป้งใส่เตาอบแล้วนำไปอบที่ 220 องศาเซลเซียส ประมาณ 30 นาที หรือจนได้ขนมปังสีสวย พักทิ้งไว้ให้เย็น พร้อมนำเสิร์ฟแบบหั่นเป็นชิ้นให้ทานง่ายขึ้น

ท้ายบทความ 

นี่คือ 10 สูตรเบเกอรี่ฝรั่งเศสยอดนิยมแบบฉบับที่เราอัปเดตล่าสุดมาให้ทุกคน บอกเลยว่าเบเกอรี่ฝรั่งเศสบางสูตรคือถึงขั้นปราบเซียน! เลยทีเดียว เพราะมีขั้นตอนที่ซับซ้อน ใช้ระยะเวลาในการทำนานไม่เบาเลย 

แต่สุดท้ายแล้ว คุณก็จะได้เบเกอรี่ฝรั่งเศสแต่ละชิ้นที่มีรสชาติละเมียดละไม ผ่านความตั้งใจทำในทุกขั้นตอนมาอย่างดี ถ้าได้ลองหัดทำออกมาจนเก่งแล้ว ก็บอกเลยว่าอร่อยคุ้มค่าทุกคำเลยค่ะ

ebook-banner-1