เจลาติน คือ อะไร? ทำมาจากอะไร? ใช้ทำอะไร? และสรรพคุณที่ต้องรู้!

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin

หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อ เจลาติน อยู่บ่อย ๆ จากขนมที่มีเนื้อสัมผัสเด้งดึ๋ง หรือเมนูของหวานต่าง ๆ แต่จริง ๆ แล้ว เจลาติน คืออะไร มีที่มาอย่างไร และสามารถนำไปใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง บทความนี้จะพาคุณมาทำความรู้จักเจลาตินให้ชัดเจน ตั้งแต่แหล่งที่มา การใช้งาน ไปจนถึงสรรพคุณที่ควรรู้ ก่อนเลือกใช้ให้เหมาะกับเมนูของคุณ

เจลาติน คืออะไร

เจลาติน คือ โปรตีนชนิดหนึ่งที่ได้จากการสกัดคอลลาเจน มีลักษณะเป็นผงหรือแผ่นใส ไม่มีกลิ่นและไม่มีรสชาติ เมื่อนำไปละลายในน้ำร้อนแล้วปล่อยให้เย็น จะเกิดการเซตตัวเป็นเจลใสหรือเนื้อสัมผัสนุ่มเด้ง
ด้วยคุณสมบัตินี้ เจลาตินจึงถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมอาหาร โดยเฉพาะขนมหวาน
เบเกอรี่ และของหวานที่ต้องการความยืดหยุ่นและเนื้อสัมผัสเฉพาะตัว

เจลาติน ทํามาจากอะไร

โดยทั่วไป เจลาตินทำมาจากส่วนประกอบของสัตว์ที่อุดมด้วยคอลลาเจน เช่น

  • กระดูก
  • เอ็น
  • หนังสัตว์

กระบวนการผลิตจะนำวัตถุดิบเหล่านี้มาผ่านการสกัดและทำให้บริสุทธิ์ จนได้ออกมาเป็นผงเจลาตินที่สามารถนำไปใช้ในอาหารได้อย่างปลอดภัย

เจลาติน ใช้ทําอะไร

เจลาตินถูกใช้กันอย่างแพร่หลายในหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะด้านอาหารและเบเกอรี่ เนื่องจากให้เนื้อสัมผัสเฉพาะตัวที่ยืดหยุ่นและนุ่มเด้ง

  • ทำเยลลี่ พุดดิ้ง มูส
  • ใช้ในชีสเค้ก ไอศกรีม หรือขนมหวานเนื้อเนียน
  • ช่วยให้ขนมมีเนื้อสัมผัสเด้ง นุ่ม และยืดหยุ่น
  • ใช้เป็นตัวช่วยในการคงรูปของอาหารบางชนิด

นอกจากนี้ เจลาตินยังถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอื่น ๆ เช่น ยา แคปซูล หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอีกด้วย

เจลาติน สรรพคุณ

เนื่องจากเจลาตินมีโครงสร้างมาจากคอลลาเจน จึงมีกรดอะมิโนหลายชนิดที่เกี่ยวข้องกับการดูแลร่างกาย โดยเฉพาะกระดูก ข้อต่อ และผิวหนัง เมื่อรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม เจลาตินมีสรรพคุณที่น่าสนใจ เช่น

  • ช่วยเสริมการสร้างคอลลาเจนในร่างกาย
    เนื่องจากเป็นแหล่งของกรดอะมิโนอย่างไกลซีนและโพรลีน ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของคอลลาเจนที่อยู่ในผิวหนัง เอ็น และกระดูก
  • อาจช่วยบำรุงข้อและกระดูก
    ใช้เป็นส่วนประกอบของอาหารเสริมบางชนิดที่เน้นกลุ่มผู้มีปัญหาระบบข้อและการเคลื่อนไหว
  • อาจมีส่วนช่วยเรื่องผิว เส้นผม และเล็บ
    การได้รับโปรตีนและกรดอะมิโนที่เกี่ยวข้องกับคอลลาเจน อาจมีส่วนช่วยให้ผิวดูชุ่มชื้น และเล็บแข็งแรงขึ้น เมื่อรับควบคู่กับการดูแลสุขภาพโดยรวมที่เหมาะสม

แม้เจลาตินจะมีประโยชน์ แต่ควรบริโภคในปริมาณที่เหมาะสม และเลือกใช้ให้ตรงกับความต้องการของแต่ละคน โดยสามารถเปรียบเทียบคุณสมบัติของผงวุ้นและเจลาตินได้ดังนี้

คุณสมบัติผงวุ้น (Agar Agar)เจลาติน (Gelatin)
แหล่งที่มาพืช (สกัดจากสาหร่ายสีแดง 100%)สัตว์ (สกัดจากคอลลาเจนในกระดูกและหนังสัตว์)
เนื้อสัมผัสกรอบ เด้ง ไม่ละลาย ไม่คายน้ำนุ่ม หยุ่น ละลายได้เมื่อวางทิ้งไว้ (คายน้ำ)
การเซ็ตตัวเซ็ตตัวได้ใน อุณหภูมิห้องต้อง แช่เย็น เท่านั้นจึงจะเซ็ตตัว
จุดหลอมละลายละลายที่อุณหภูมิสูง (ประมาณ 85°C)ละลายที่อุณหภูมิต่ำ (เริ่มละลายที่ 25-35°C)
ความใสเนื้อค่อนข้างใส และเงาวาวกว่าเนื้อมีความขุ่นกว่า

สรุปแล้วเจลาติน คือ โปรตีนที่สกัดจากคอลลาเจนในส่วนต่าง ๆ ของสัตว์ มีคุณสมบัติช่วยให้ของเหลวเซตตัวเป็นเจลใส นุ่ม และยืดหยุ่น จึงนิยมใช้ในขนมหวาน เบเกอรี่ รวมถึงผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและยา อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่ทานมังสวิรัติ/วีแกน หรือต้องการหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์จากสัตว์ ผงวุ้นตรานางเงือก เป็นอีกทางเลือกที่เหมาะสม ให้เนื้อสัมผัสกรอบใส คงรูปได้ดี และทนความร้อน เหมาะกับขนมไทย วุ้นผลไม้ และเมนูที่ต้องการการเซ็ตตัวที่อุณหภูมิห้อง สามารถเลือกดูสินค้าและสั่งซื้อได้ที่ https://agarmermaid.com/products/