สูตรวุ้นทุเรียนกะทิสด เนื้อเนียนนุ่ม หอมชื่นใจ เมนูขนมไทยทำง่ายรสชาติเข้มข้น

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin

เมื่อถึงฤดูกาลแห่งราชาผลไม้ไทย ยอดเมนูยอดฮิตที่ใคร ๆ ต่างมองหาก็คงหนีไม่พ้น “ทุเรียน”  แต่ถ้าเบื่อการกินสด ๆ แบบเดิม ๆ หรือซื้อมาเยอะจนกินไม่ทันแล้วละก็ วันนี้เรามีไอเดียเมนูทุเรียนมาฝาก จะแปรรูปทำขาย หรือจะทำกินเองที่บ้านก็ได้ กับเมนู “วุ้นทุเรียนกะทิสด” ขนมไทยรสชาติโมเดิร์นที่ผสมผสานความหอมมันของกะทิสดเข้ากับเนื้อทุเรียนเข้มข้นได้อย่างลงตัว ขอบอกเลยว่านี่คือ ขนมไทยจากทุเรียน ทำง่ายได้รสแท้ แถมหน้าตาสลับชั้นสีเหลืองนวลและขาวกะทิยังน่ารับประทานสุด ๆ ไปดูสูตรและวิธีทำกันเลย!

ส่วนผสมวุ้นทุเรียนกะทิสด 

สูตรนี้เราจะแบ่งการทำออกเป็น 2 ส่วนหลัก ๆ เพื่อทำเป็น สูตรวุ้นทุเรียนชั้นกะทิ เนื้อเนียนนุ่ม สลับชั้นกันอย่างสวยงาม

ส่วนที่ 1: ชั้นวุ้นเนื้อทุเรียน

  • เนื้อทุเรียนสุกจัด (แนะนำพันธุ์หมอนทองหรือชะนี): 200 กรัม (บดหรือปั่นละเอียด)
  • ผงวุ้นตรานางเงือก (ซองขอบสีเขียวสลับน้ำเงิน): 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำสะอาด: 400 มิลลิลิตร
  • กะทิสด: 100 มิลลิลิตร
  • น้ำตาลทรายขาว: 60 กรัม (ปรับลดตามความหวานของทุเรียน)
  • เกลือป่น: 1/4 ช้อนชา

ส่วนที่ 2: ชั้นวุ้นกะทิสด

  • ผงวุ้นตรานางเงือก (ซองขอบสีเขียวสลับน้ำเงิน): 1 ช้อนโต๊ะ
  • กะทิสด (หัวกะทิ): 400 มิลลิลิตร
  • น้ำสะอาด: 100 มิลลิลิตร
  • น้ำตาลทรายขาว: 80 กรัม
  • เกลือป่น: 1/2 ช้อนชา
  • ใบเตยสด: 2 ใบ (มัดปม)

วิธีทำวุ้นทุเรียนกะทิสด 

ขั้นตอนที่ 1: ทำชั้นวุ้นทุเรียน

  1. ผสมน้ำสะอาดและผงวุ้นลงในหม้อ คนให้เข้ากันแล้วพักทิ้งไว้ 15 นาที เพื่อให้ผงวุ้นอิ่มน้ำ (เทคนิคสำคัญทำให้วุ้นใสและไม่คายน้ำ)
  2. นำหม้อขึ้นตั้งไฟกลาง หมั่นคนจนผงวุ้นละลายหมดและน้ำเดือดพล่าน จากนั้นใส่น้ำตาลทรายและเกลือป่นลงไป คนให้น้ำตาลละลาย
  3. ลดเป็นไฟอ่อน ใส่เนื้อทุเรียนปั่นละเอียดและกะทิสดลงไป คนให้เข้ากันจนเนื้อเนียนเป็นเนื้อเดียว (ระวังอย่าให้กะทิแตกมัน) พอเริ่มเดือดรุม ๆ ให้ปิดไฟ
  4. ตักเนื้อวุ้นทุเรียนหยอดใส่พิมพ์ที่เตรียมไว้ โดยใส่เพียงครึ่งหนึ่งของพิมพ์ จากนั้นพักทิ้งไว้ให้อุ่นตัวและเซ็ตตัวตึง ๆ ผิวหน้า (ไม่ถึงกับแข็งสนิท)

ขั้นตอนที่ 2: ทำชั้นวุ้นกะทิสด

  1. ในระหว่างที่รอวุ้นชั้นแรกเซ็ตตัว ให้ตั้งหม้อใหม่ ผสมน้ำสะอาด, กะทิ และผงวุ้น พักไว้ 15 นาทีเช่นกัน
  2. นำขึ้นตั้งไฟกลาง ใส่ใบเตยมัดปมลงไปเพื่อความหอม หมั่นคนจนผงวุ้นละลายสนิทดี
  3. ใส่น้ำตาลทรายและเกลือป่นลงไป คนจนละลายหมด ชิมรสชาติให้มีความเค็ม ๆ มัน ๆ นำใบเตยออก แล้วปรับเป็นไฟอ่อนสุดเพื่อรักษาความร้อนไว้

ขั้นตอนที่ 3: เทคนิคการสลับชั้นให้สวยงาม

  1. เช็กดูว่าวุ้นทุเรียนชั้นแรกเริ่มเซ็ตตัวตึงผิวหน้าแล้ว (ใช้นิ้วแตะเบา ๆ แล้ววุ้นไม่ติดมือแต่ยังดึ๋ง ๆ อยู่)
  2. ค่อย ๆ นำวุ้นกะทิสดมาหยอดทับเป็นชั้นที่สองจนเต็มพิมพ์ ข้อควรระวัง: วุ้นกะทิที่จะเอามาหยอดต้องยังอุ่นอยู่ หากเย็นเกินไปวุ้นจะไม่เกาะกันและจะแยกชั้นเวลาแกะ
  3. พักทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องจนหายร้อน จากนั้นนำเข้าแช่ตู้เย็นประมาณ 2-3 ชั่วโมง เพื่อให้วุ้นเซ็ตตัวเย็นฉ่ำสมบูรณ์

บทสรุปเมนูที่แฟนพันธุ์แท้ทุเรียนต้องเลิฟ

เพียงเท่านี้เราก็ได้ วุ้นทุเรียนกะทิสดออกมาทานกันแล้ว เมื่อแกะออกจากพิมพ์จะเห็นชั้นสีเหลืองนวลของทุเรียนและสีขาวละมุนของกะทิสลับกันอย่างลงตัว เมื่อส่งเข้าปากคุณจะได้สัมผัสเนียนนุ่มละมุนลิ้น ได้รสชาติทุเรียนแท้ ๆ แบบเต็มคำ ผสานความเค็มมันกลมกล่อมของกะทิสด ยิ่งแช่เย็น ๆ ยิ่งชื่นใจ

สำหรับใครที่กำลังมองหา ไอเดียเมนูทุเรียน แปรรูปทำขาย สูตรวุ้นทุเรียนชั้นกะทิ  สูตรนี้บอกเลยว่าต้นทุนไม่สูง แพ็กใส่กล่องใสโชว์ชั้นวุ้นสวย ๆ วางขายในคาเฟ่หรือตลาดนัดรับรองว่าสะดุดตาและขายดีแน่นอน ลองนำสูตรนี้ไปทำตามกันดูนะ!

และที่ขาดไม่ได้ หากยังไม่มีส่วนผสมสำคัญอย่างผงวุ้นตรานางเงือก ก็สามารถกดสั่งซื้อได้เลยที่ https://agarmermaid.com/products/

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: ทำไมวุ้นทุเรียนถึงคายน้ำ? (และวิธีแก้)

A: เกิดจาก 2 สาเหตุหลัก คือ ผงวุ้นยังละลายไม่สนิทดี โครงสร้างวุ้นจึงไม่เกาะตัวโมเลกุลน้ำ หรือเกิดจาก เนื้อทุเรียนมีความชื้นและน้ำในตัวสูง วิธีแก้ไขคือต้องแช่ผงวุ้นในน้ำทิ้งไว้ 15 นาทีก่อนนำไปต้ม และในขั้นตอนต้มเบสวุ้น ต้องรอให้น้ำเดือดพล่านและคนจนมั่นใจว่าผงวุ้นละลายหมดสนิทจริง ๆ (ไม่มีเม็ดใส ๆ ติดทัพพี) ก่อนจะใส่เนื้อทุเรียนลงไป

Q: วุ้นทุเรียนกะทิสดเก็บได้นานแค่ไหน?

A: เนื่องจากมีส่วนผสมของเนื้อทุเรียนสดและกะทิสด ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่บูดเสียได้ง่าย แนะนำให้เก็บในตู้เย็นช่องธรรมดาได้ประมาณ 1-2 วัน โดยควรใส่ในภาชนะที่ปิดฝาสนิทเพื่อคงความชุ่มชื้นไม่ให้หน้าวุ้นแห้ง และป้องกันไม่ให้กลิ่นทุเรียนกระจายไปติดอาหารชนิดอื่นในตู้เย็น

Q: ใช้ทุเรียนพันธุ์ไหนทำวุ้นอร่อยที่สุด?

A: พันธุ์ยอดนิยมคือ “หมอนทอง” และ “ชะนี” โดยต้องเลือกใช้ผลที่ สุกจัด (จนเริ่มงอม) เนื่องจากทุเรียนสุกจัดจะมีกลิ่นหอมแรง เนื้อเนียนละเอียดนุ่ม ละลายเข้ากับน้ำวุ้นได้ง่าย และมีรสหวานธรรมชาติที่เด่นชัด ทำให้เมื่อนำมาผสมกับวุ้นแล้ว ขนมยังคงได้กลิ่นและรสชาติของทุเรียนแท้ ๆ อย่างเข้มข้น ไม่ถูกกลิ่นกะทิกลบหมด